--Advertisement--
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เสนอวิธีแจกเงิน 5000 ใหม่ ใครมีไม่ถึงแสน เอาไปเลย! แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เสนอวิธีแจกเงิน 5000 ใหม่ ใครมีไม่ถึงแสน เอาไปเลย! แสดงบทความทั้งหมด

ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เสนอวิธีแจกเงิน 5000 ใหม่ ใครมีไม่ถึงแสน เอาไปเลย!


ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เสนอวิธีแจกเงิน 5000 ใหม่ ใครมีไม่ถึงแสน เอาไปเลย!


“เทพไท” ส.ส.ประชาธิปัตย์ ชงรัฐบาลเปลี่ยนวิธี แจก 5 พัน เยียวยาโควิด-19 ให้คนไทยทุกคน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เอาเกณฑ์คนมีเงินในบัญชีไม่เกิน 1 แสน
เมื่อวันที่ 12 เม.ย. นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโครงการ "เราไม่ทิ้งกัน" เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ของรัฐบาล ว่า ถ้าดูตัวเลขจากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 25 ล้านคน ทางกระทรวงการคลังต้องคัดกรอง และแยกแยะออกเป็นแต่ละประเภทตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ให้เหลือ เพียง 9 ล้านคน

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์
แม้ว่ากระทรวงการคลังได้กำหนดประเภทอาชีพผู้ได้รับการเยียวยาที่ชัดเจนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีอีกหลายอาชีพที่ตกหล่น ไม่เข้าเงื่อนไข แต่ได้รับผลกระทบ จึงออกมาเรียกร้องตามที่เป็นข่าว เช่น กลุ่มคนขับสามล้อ กลุ่มดารานักแสดง กลุ่มศิลปินพื้นบ้าน กลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่ม อสม. กลุ่มพระภิกษุสงฆ์ และกลุ่มอื่นๆอีกหลายกลุ่ม จึงทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ถึงความไม่เท่าเทียมกันเกิดขึ้น
เหมือนกับรัฐบาลเลือกปฎิบัติต่อคนไทยในบางอาชีพ คนที่ถูกคัดกรองออกอีกจำนวน16ล้านคน ย่อมเกิดความไม่พอใจรัฐบาลอย่างแน่นอน จึงทำให้มีการออกมาเรียกร้องทวงถามความเป็นธรรมอย่างไม่มีที่สิ้นสุด กระทรวงการคลังก็ไม่สามารถที่จะให้คำตอบ และอธิบายเหตุผลให้เป็นที่พอใจได้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและเลือกปฏิบัติกับกลุ่มอาชีพบางอาชีพ
จึงอยากเสนอแนวทางแก้ปัญหาให้กับรัฐบาล ในการเยียวยาผู้คนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยไม่เลือกสาขาอาชีพ แต่จะเน้นถึงผู้ได้รับความเดือดร้อน ที่ไม่มีอันจะกิน ไม่มีเงินเก็บ ไม่มีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยขอเสนอให้รัฐบาลเยียวยาให้กับคนไทยทุกคน เดือนละ 5000 บาท เป็นเวลา3-6เดือน ซึ่งจะใช้วงเงินงบประมาณใกล้เคียงกัน โดยมีการกำหนดคุณสมบัติดังนี้
1.เป็นคนไทยอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปซึ่งโตพอที่จะต้องรับผิดชอบตัวเองได้ และต้องหารายได้เลี้ยงชีพด้วยตัวเอง
2.เป็นคนไทยที่มีบัญชีเงินฝากในธนาคารต่างๆ รวมยอดเงินทุกบัญชีมีเงินไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีเงินเก็บไม่มากพอ ที่จะดำรงชีพอยู่ได้ในเวลา6เดือน
3.เป็นคนไทยที่ไม่มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารใดๆทั้งสิ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นคนที่ไม่มีเงินเก็บ สำหรับการเลี้ยงชีพ และไม่มีรายได้เหลือพอที่จะฝากเงินกับธนาคารได้
ถ้าหากว่ารัฐบาลใช้หลักเกณฑ์ 3 ข้อนี้ และใครมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขนี้ รัฐบาลก็สามารถโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้นั้นได้ทันที ไม่ต้องมาวุ่นวายกับการคัดกรองคุณสมบัติกันให้เสียเวลาของราชการ เพราะสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ง่าย และรวดเร็ว
โดยการตรวจสอบรายชื่อจากทะเบียนราษฎร์ และบัญชีเงินฝากกับธนาคารต่างๆภายในประเทศ ที่มีระบบออนไลน์หรือเครือข่ายเชื่อมต่อกัน จะไม่มีการถกเถียงหรือข้อสงสัยในเรื่องข้อมูล คุณสมบัติ ความเหลื่อมล้ำของผู้ได้รับการเยียวยาจากรัฐบาลอย่างแน่นอน
"จึงอยากจะเสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงวิธีการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ หรือผู้ได้รับความเดือดร้อน จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ของรัฐบาลเสียใหม่ และยังไม่สายเกินไป ที่จะทบทวนวิธีการเยี่ยวยาดังกล่าว ซึ่งส่วนตัวเห็นด้วยและสนับสนุนให้มีการเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ทุกคนให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ในครั้งนี้อย่างเต็มที่" นายเทพไท กล่าว